Monday, October 29, 2012

นานาเมนูกุ้ง

นานาเมนูกุ้ง 
 
ข้าวผัดกุ้ง
ข้าวผัดกุ้ง
นานาเมนูกุ้ง
ส้มตำกุ้งสด
ส้มตำกุ้งสด
สายบัวผัดกุ้ง
สายบัวผัดกุ้ง
กุ้งอบวุ้นเส้น
กุ้งอบวุ้นเส้น
ฉู่ฉี่กุ้ง
ฉู่ฉี่กุ้ง
ต้มยำกุ้ง
ต้มยำกุ้ง
สตอผัดกุ้ง
สตอผัดกุ้ง
กุ้งเผา
กุ้งเผา
ไข่เจียวกุ้ง
ไข่เจียวกุ้ง
กุ้งแช่น้ำปลา
กุ้งแช่น้ำปลา
กุ้งผัดขี้เมา
กุ้งผัดขี้เมา
ผัดไทยกุ้งสด
ผัดไทยกุ้งสด
ยำคะน้ากุ้งสด
ยำคะน้ากุ้งสด
กุ้งเทมปุระ
กุ้งเทมปุระ
ข้าวต้มกุ้ง
ข้าวต้มกุ้ง

http://fwmail.teenee.com/etc/17164.html

เรื่องของ "กุ้ง" สด:: 4 เมนูกุ้งแบบบ้านๆจ้า...

เมนูกุ้ง
เมนูกุ้ง
เมื่อ ซักอาทิตย์สองอาทิตย์ที่แล้วเช้าเล่น Pantip แล้วมีคนโพสท์ถามเรื่องกุ้งสดไม่สดดูยังไง + เช้าได้ฤกษ์สั่งกุ้งจากที่ทำงาน เป็นกุ้งขาว ไซส์ใหญ่ แช่แข็ง Spec เทพ มา 1 + 2 โล (สั่งมาสองลอท) ก็เลยทำเมนูกุ้งมากมายก่ายกอง แล้วเจ้ากุ้งฟรีสของที่นี่คือ เป็นกุ้งที่เป็นๆ หรือถ้าจะตาย ก็ตายไม่ทันรู้ตัว ก็ถูกจับมาตัดตับแช่ฟรีสซะแร้ว ทำให้เนือกุ้งนี่สดหวานอร่อยมากๆ ที่สำคัญ ราคาถูกมวาก โลละ 250 ได้กุ้งไซส์บิ๊ก หวานอร่อยมากินอย่างง่ายดาย นี่แหละ ข้อดีข้อหนึ่งในการทำงานที่นี่ 555 ส่วนใครที่ซื้อกุ้งเป็นจากตลาดอยากได้กุ้งสดๆแบบนี้ก็ รีบเอากลับบ้าน ถ้าตายแล้วก็ไม่เป็นไร ถ้าไม่ตายก็นอคน้ำแข็ง ล้าง แล้วตัดตับ (ถุงอึ๊) ออก เพราะเจ้าตัวตับนี้เองจะปล่อย เอ็นไซม์มาย่อยเนื้อกุ้งทำให้สดน้อยลงเรื่อยๆเจ้าค่ะ
เอาละมาดูว่ากุ้งสดไม่สด ดูตามนี้เลยจ้า
1. สี : ต้องสีเข้มค่ะ ถึงจะชื่อกุ้งขาว แต่ถ้าสดจริงจะออกสีเข้มแดงดำ จนไม่น่าจะชื่อกุ้งขาวได้เลย ตัวกุ้งต้องใสจนเห็นใส้ แปลว่าสดมาก แต่ถ้าไม่เห็นใส้ขุ่นๆทึบๆสีซีดๆแปลว่าไม่สดกิ๊ง แต่ยังกินได้อยู่จ๊ะ (ดูจากภาพด้านบนจะเห็นว่า เข้มมาก
2. ใส้ไม่ขาด : เวลาดึงใส้กุ้งออก ไม่ว่าจะใส้บนใส้ล่าง เส้นข้างๆ ต้องดึงออกแล้วขาดเป็นเส้นยาว ไม่ยุ่ย ไม่ขาดๆ กุ้งนี่ ถ้าไม่สดนิดเดียว ใส้ก็จะเริ่มยุ่ยแล้ว ดังนั้น การดึงใส้ออกได้เป็นเส้นยาวแปลว่าสดมากจ๊ะ
3. เปลือก: ปลอกเปลือกออกมาได้เป็นทั้งตัว ไม่ใช่ปอกแล้วเปลืกขาดๆยุ่ยๆ เปลือกใสๆ เม็ดสีติดอยู๋ท่เนือ้ ไม่ใช่ติดที่เปลือก ด้านล่างเป็นภาพเปลือกและใส่ที่ดึงออกได้สวยงาม
4. หนังหัว : ฟังดูน่ากลัวหน่อย แต่กุ้งที่สดม๊ากกมาก หนังหัวจะปิดถุงมันอยู่ ไม่ละลาย หรือติดออกจากเปลือกหัวจ๊ะ เจ้าหนังหัวนี่ละลายง่ายกว่าใส้อีกนะ (เค้าว่ามา เราก็ไม่รุ้หรอก555) ข้างล่างนี่เห็นมั้ย มีมันแดงๆน่ากิ๊นน่ากิน
5. หัวกะตัวติดกัน : แบบว่าหัวกะตัวดึงออกจากกันยากมาก แทบหลุดออกจากกันไม่ได้เลย อย่างลอทนี้เช้าต้องเอากรรไกรตัดออก ดึงไม่ออก = ="
6. กลิ่น : ต้องไม่คาว เค้าว่ากันว่า กุ้งขาว คาว ทำกุ้งแช่น้ำปลาไม่ได้  หารู้ไม่ว่ากุ้งขาวสดๆนั้นทำกุ้งแช่น้ำปลาเนื้อแน่นหวานอร่อยมากๆ >< แต่มันต้องสด มีคุณสมบัติตามด้านบนครบ
7 ตา: ตาใส่ปิ๊งๆ เหมือนใส่บิ๊กอายสีดำขลับ 555
 ว่าแล้วเราก็มาเริ่มทำเมนูกุ้งกันเถอะ
1. ไข่ตุ๋นกุ้ง
ง่ายมากๆคือ กระเทียม พริกไทย รากผักชี เรียงสลับกับกุ้งที่ผ่า ตัดเปลือกหลังให้อ้าออกแบบกุ้งเผาอะจ๊ะ เอากรรไกรตัดเอา 55

เอาน้ำซุป (เช้าใช้น้ำซุปต้น Leek ผสมซุปก้อนคะนอ 55) ใส่เกลือ ใส่นม รวมกันให้ได้ 1 ถ้วย ชิมรสให้เค็มเผื่อใส่ไข่ไปแล้ว ผสมกับไข่ไก่สองฟอง + น้ำมันงาพอหอม ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน ราดลงบนตัวกุ้งที่เรียงไว้

นึ่งไฟแรงเดือดปุดๆๆๆ ซัก 5-6  นาที แล้วลดไฟลงนึ่งต่ออีก 10 นาที หรือจนไข่สุกจ้า
จะได้ไข่ตุ๋นแบบนี้ เนื้อไข่เนียนเด้งๆแบบนี้
และก้งสดๆมันต้องส้มแบบนี้ ต้มออกมาไม่ส้มนี่ไม่สดนะจ๊ะ
2. กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย
ผ่ากุ้ง แบบไม่ต้องเอาเปลือกออกจ๊ะ เช้าใช้กรรไกรตัดเอา เอาเปลือกหัวออก ใครไคร่ คลุกแป้งคลุก เช้าไม่คลุกเพราะแป้งข้าวโพดหมด ใช้แป้งข้าวโพด 2 ส่วนแป้งสาลี 1 ส่วน เกลือ และพริกไทย เล็กน้อยจ๊ะ
โขลกรากผักชีกระเทียมพริกไทยไว้ สัดส่วนตามชอบ เช้าชอบรากผักชีเยอะๆ
อย่างแรก ทอดกุ้งก่อนค่ะ ข้อดีของการทอดกุ้งไม่คลุกแป้ง คือถึงเปลือกจะไม่กรอบจนเคี้ยวได้ แต่น้ำมันเก็บไปทำข้าวผัดอร่อยมากๆ น้ำมันจะกลายเป็นสีส้มเพราะมันที่อมอยู่ในหัวกุ้งค่ะ  แต่ถ้าคลุกแป้งจะมีฝุ่นแป้งลงไปดำๆอยู่ ไม่อยากใช้ต่ออะ แต่ว่าถ้าคลุกแป้ง เปลือกจะกรอบแบบเคี้ยวได้เลย
พอทอดเสร็จตักกุ้งขึ้น เทน้ำมันเก็บไว้ เหลือไว้ก้นกะทะแบบเคลือบได้ ตักเนย 1 ช้อนโต๊ะใส่ลงไป (เคล็ดลับความหอมเลยนะ)
 ใส่เจ้าสามเกลอที่โขลกไว้ลงไป ให้พอหอม ใส่น้ำตาลนิดหน่อย เกลือ ให้เค็มปะแล่มๆ เอากุ้งลงไปคลุกๆๆๆๆ ตักใส่จาน อร่อยเหาะจ้า
3. กุ้งยำมะปราง
จริงๆเหมือนกุ้งซอสมะขามที่เคย Review ไป เพียงแต่ปรุงรสให้จัดกว่า ออกเปรี้ยวแหลม ถ้ามะปรางหวาน ดังงนั้นไปดูในกุ้งซอสมะขามนะจ๊ะ  ลงรูปให้คร่าวๆ 555
ก่อนอ่านปอกกุ้งดึงใส้ เอาเปลือกหัวออกแต่ทิ้งหัวให้แบบนี้
เอาไปคลุกแป้งมันฮ่องกงแล้วทอด เป็นกุ้งสีทอง~ (ผ่าง!! ใครทันโฆษณาชุดนี้ ก็นับอายุกันได้)
ใส่เครื่องซอย ตะใคร้ ใบมะกรูด หอมแดง พริกแห้ง มะปราง
ราดซอสมะขามที่ทำจากน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา พริกแห้ง และ หอมแดงจ๊ะ
  4. กุ้งแช่น้ำปลา
อันนี้ต้องเอาเจ้ากุ้งขาว จริงๆควรจะไซส์เล็กแต่เช้าไม่มี เลยใช้เช้าก้งใหญ่เนี่แหละ เนื้อเหนียวนิดหน่อย แต่หวานกรอบอร่อยได้ใจ ปกติเช้าไม่กล้ากิน ถ้าไม่ได้ใช้กุ้งฟรีสทำเอง เพราะเค้าว่ากันว่าพยาธิในสัตว์น้ำจะตายได้เมื่อแช่ในอุณหภูมิต่ำกว่า - 10 C นานเกิน 1 วัน แตว่าเจ้ากุ้งนี่คง - 18 C มานานเป็นอาทิตย์แล้วแน่ๆ 555
ก่อนอื่นล้างน้ำเปล่า ปอกเปลือกตัดหัว เก็บหัวให้ทำสตอค หรือผัดข้าวมันกุ้ง เอาตัวมาผ่าเป็นผีเสื้อ
 ล้างน้ำโซดา
แช่น้ำปลาดี ใส่น้ำโซดานิดหน่อย โปะน้ำแข็ง ที่ต้องใส่โซดา เพราะโซดาช่วยล้างคาว ฆ่าเชื้อ และทำให้เนื้อกุ้งอุ้มน้ำ กรอบเด้งจ๊ะ
โขลกน้ำจิ้มเลยจ้า เช้าทำแบบง่าย สูตรใครก็สูตรใคร แต่ว่าเช้าของไม่ครบ เลยใส่แค่กระเทียม พริก น้ำมะนาว น้ำปลา จริงๆใส่ข่านิดเดียว แล้วก็ใส่รากผักชีเล็กน้อย จะมีกลิ่นฉุนอ่อนๆอร่อยไปอีกแบบจ๊ะ จริงๆควรจะมีผักแกล้มเช่นสาระแหน่ มะระ แต่เช้าก็ไม่มี ทำกินเล่นๆเฉยๆ เลยมีแค่นี้จ้า 555
จบแล้ว เรื่องของกุ้ง จริงๆทำได้อีกร้อยแปดพันเก้า นี่ยังเหลืออีกโลกว่าในตู้เย็นนี่แอบมารีวิวก่อนจ้า ใครที่แพ้กุ้งก็ขออภัยมากๆนะจ๊ะ กระทู้นี้ BTW อย่าลืมเก้บเปลือกไปทำสตอค ซอส หรือซุปนะจ๊ะ ^^/

ที่มา  : http://chibiasa.exteen.com/20100408/entry

ร้านอาหาร 'สวนสี่กรุง'


บรรยากาศธรรมชาติอันร่มรื่นชวนนั่งที่ ร้านอาหาร "สวนสี่กรุง"

     ด้วยความที่ยุคนี้ พ.ศ.นี้ ธรรมชาติดูจะไกลตัวมากขึ้น ร้านอาหารหลายๆร้านจึงเลือกที่จะยกบรรยากาศแบบธรรมชาติๆมาไว้ในร้าน เพื่อตอบสนองผู้คนที่ถวิลหาในธรรมชาติและสร้างบรรยากาศในมื้ออาหารให้ชวน หม่ำมากขึ้น ดังเช่นที่ร้านอาหารชื่อเก่ไก๋ว่า “สวนสี่กรุง” ที่เพิ่งมีโอกาสไปลองลิ้มชิมรสชาติของอาหารและซึมซับกับบรรยากาศที่แอบอิง อยู่กับธรรมชาติ

      “สวนสี่กุรง” ได้ชื่อมาจากราชธานีทั้ง 4 คือ สุโขทัย อยุธยา กรุงธนบุรี และรัตนโกสินทร์ มารวมกัน ตั้งอยู่แถวตลิ่งชันเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสวนท้องร่อง อันรื่นรมย์ ชวนให้เข้าไปสัมผัสและนั่งกินอาหารเสียเหลือเกิน
     เพียงแค่เดินเข้าไปถึงตัวร้านด้านใน ก็สัมผัสได้ถึงความร่มรื่นเขียวครึ้มของหมู่มวลแมกไม้นานาพันธ์ ที่ทางร้านอนุรักษ์พันธ์ไม้ไทย มีทั้ง กาหลง ม่านบาหลี มะเฟือง มะปราง ชมพู่ ดอกปีบ ปลูกอยู่ในร้านรายล้อมบรรยากาศโต๊ะนั่ง ที่มีให้เลือกนั่งหลายโซน มีโซนโต๊ะนั่งที่จัดเป็นซุ้มๆ โซนโต๊ะนั่งมุมสบายท่ามกลางสวนท้องร่อง และโซนห้องโถงขนาดใหญ่เปิดโล่งรับลมเย็นๆ

     นั่นคือบรรยากาศที่เชิญชวนให้นั่งกิน ส่วนเรื่องอาหารก็มีดีเหมือนกัน อาหารของที่นี่เน้นไปทางอาหารไทย ที่มีการประยุกต์ปรับปรุงคิดสูตรขึ้นมาใหม่เฉพาะของทางร้าน และมีซีฟู้ดที่นำมาปรุงเป็นอาหารไทยจานเด็ด

     อย่างเมนูแรกที่สั่งมาเรียกน้ำย่อยคือ ส้มตำหลอด (80 บาท) เป็นเมนูยอดนิยมของทางร้าน ที่ประยุกต์เป็นส้มตำแบบใหม่ ด้วยการนำเส้นใหญ่มาห่อด้วยแครอทและมะละกอที่แช่เย็นสดกรอบ แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ และก็ทำส้มตำไทยมาราดบนเส้นใหญ่ กินคู่กับไข่ต้มโรยหน้าด้วยถั่วลิสง ถึงหน้าตาจะแปลกๆ แต่ว่ารสชาติคุ้นลิ้นออกรสส้มตำไทยรสจัดหวาน เปรี้ยว เผ็ด เข้ากับเส้นใหญ่เคี้ยวนุ่มกรอบกรุบมะละกอกับแครอท

     ตามด้วยเมนู กุ้งทรงโปรด (230 บาท) ที่ถ้าใครชอบกุ้งเป็นต้องสั่ง เป็นกุ้งก้ามกรามสดๆ เป็นๆตัวใหญ่ นำมาลวกจนสุก และมีผักลวกรองอยู่ด้านล่าง แล้วราดด้วยน้ำยำสูตรเฉพาะของทางร้านราดมาบนตัวกุ้งจนชุ่ม โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่ ชิมกุ้งตัวใหญ่เนื้อสดหวาน ผสานกับรสชาติน้ำยำจัดจ้านออก 3 รส เปรี้ยว เค็ม เผ็ด


    จากเมนูกุ้งต่อที่ ปูผัดพริกไทยดำ (250 บาท) ทางร้านใช้ปูเนื้อสดๆ จากมหาชัย นำมาทอดในน้ำมันให้พอสะดุ้งไฟ แล้วก็นำมาผัดกับเครื่องพริกไทยดำ ใส่พริกหวาน พริกไทยสด หอมหัวใหญ่ และต้นหอมผัดคลุกเคล้าเข้ากัน กลิ่นพริกไทยดำหอมขึ้นจมูก ปูสดเนื้อแน่นเคล้ากับรสชาติพริกไทยดำถึงเครื่อง

     ตามติดมาด้วย ปลากะพงสมุนไพร (250 บาท) เป็นปลากะพงตัวกำลังพอดีขอดเกล็ดบั้งนำมาทอดจนกรอบ โรยหน้าด้วยเครื่องสมุนไพรตะไคร้ทอดกรอบที่คลุกเคล้ามาพร้อมกับหอมแดงเจียว ปลาหมึกกรอบ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และราดด้วยน้ำยำสูตรพิเศษ โรยหน้าด้วยใบมะกรูดทอดกรอบและพริกขี้หนูแห้งเอาใจคนรักรสเผ็ด จานนี้รสชาติกรอบนอกนุ่มในเนื้อปลาหวานเคล้ากับน้ำยำรสกลมกล่อม แถมยังได้เคี้ยวสมุนไพรกรอบๆ ดีต่อสุขภาพอีกด้วย

      ส่งท้ายที่เมนูซดน้ำร้อนๆ กับ ต้มยำเห็ดโคนญี่ปุ่น (120 บาท) เสิร์ฟมาทั้งหม้อไฟร้อนๆ เป็นต้มยำน้ำใสใส่เห็ดโคนญี่ปุ่นสดๆ มาจากฟาร์ม ใส่กุ้งด้วย ปรุงรสชาติแบบต้มยำครบเครื่องแถมใส่พริกแห้งคั่ว พริกขี้หนูสด เพิ่มความเผ็ด และใส่ผักชีฝรั่งเพิ่มความหอม ซดน้ำร้อนๆ คล่องคอออกเปรี้ยวนำ เห็ดโคนเคี้ยวมันปาก

     แต่ถ้าหากยังไม่อิ่มพอจะขอเมนูมาเปิดดูรายการอาหารก็ยังมีอีกหลายเมนูที่น่า กิน อาทิ เนื้อปูหลน (120 บาท) กุ้งทอดเกลือ (230 บาท) ปลากะพงทอดน้ำปลา (230 บาท) ปลาสำลีสมุนไพร (250 บาท) และอีกสารพัดเมนูที่แฟนานุแฟนต้องมาที่ “สวนสี่กรุง” มาชิมรสชาติอาหาร และสัมผัสกับบรรยากาศสวนท้องร่องกันเอาเอง

     41 หมู่ 14 ถ.แก้วเงินทอง แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. การเดินทาง ถ้ามาจากทางปิ่นเกล้า ให้ขับมาตามทางถ.บรมราชชนนี ขับตรงมาจนถึงสน.ตลิ่งชัน แล้วให้เลี้ยวเข้าซอยข้างสน. ขับตรงมาเรื่อยๆ จะเจอป้ายที่เขียนไว้ว่าทางไปจรัญฯ 35 ให้เลี้ยวขวาเข้าไปในซอยนั้นซึ่งเป็น ถ.แก้วเงินทอง ขับตรงไปประมาณ 1 กม. จะเห็นร้านสวนสี่กรุงอยู่ทางซ้ายมือ มีป้ายให้เห็นชัดเจน มีที่จอดรถด้านในร้านและฝั่งตรงข้ามกับร้าน เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00น. ถ้ามาศุกร์-อาทิตย์โทร.จองโต๊ะก่อนก็จะดี ที่ 0-2865-5038



ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์